Connect with us

Article

What’s in the Bag ? มือใหม่ต้องรู้…ส่องอุปกรณ์ในถุงกอล์ฟที่บิกินเนอร์ต้องมีไว้ อุ่นใจเวลาออกรอบ…!!!

Published

on

golfdigg_golfdiggtoday_what_in_the_bag_07

สิ่งสำคัญสำหรับนักกอล์ฟมือใหม่ที่กำลังจะเริ่มเล่นกอล์ฟ จำเป็นจะต้องรู้ว่าในถุงกอล์ฟ 1 ถุงของท่านนั้นควรจะมีอุปกรณ์อะไรอยู่ข้างใน? ควรใส่ไม้กอล์ฟอะไรลงไปบ้างและวิธีการเลือกไม้กอล์ฟให้เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดควรจะเป็นยังไง 


ในหนังสือกฎข้อบังคับและมารยาท จำนวนไม้กอล์ฟที่นำมาใช้เล่นโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นไม้หรือเหล็กเบอร์ใด จะต้องมีจำนวนไม่เกิน 14 อัน ซึ่งเป็นระเบียบที่ระบุเอาไว้ชัดเจน

ก่อนอื่นนักกอล์ฟควรทราบก่อนว่า การนำอุปกรณ์ใดๆ เช่น ไม้กอล์ฟ และลูกกอล์ฟเข้าไปเล่นนั้น จะต้องเป็นตามกฎข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนในหนังสือกฎข้อบังคับและมารยาท จำนวนไม้กอล์ฟที่นำมาใช้เล่นโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นไม้หรือเหล็กเบอร์ใด จะต้องมีจำนวนไม่เกิน 14 อัน ซึ่งเป็นระเบียบที่ระบุเอาไว้ชัดเจน แต่สำหรับนักกอล์ฟมือใหม่ซึ่งเป็นระดับสมัครเล่น อาจจะมีการผ่อนปรนกันได้เมื่อเราเล่นกับเพื่อนๆ หรือออกรอบกันเอง ไม่ได้ทำการแข่งขันอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี หากท่านสามารถกำหนดหรือใช้ไม้กอล์ฟได้อย่างที่ระเบียบได้ระบุเอาไว้ก็น่าจะดีกว่า เพราะเมื่อเราพัฒนาฝีมือจนสามารถเข้าแข่งขันจริงจังแล้ว ท่านจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

Driver

ไม้กอล์ฟที่ใช้เล่นส่วนใหญ่ก็จะมีหัวไม้หรือที่เราเรียกว่าไดร์ฟเวอร์ ซึ่งก็คือหัวไม้ 1 ไล่เรียงไปยังหัวไม้ 3, 4, 5 และ 7 เป็นต้น (เราจะคุ้นกับการเรียกหัวไม้เหล่านี้ว่าแฟร์เวย์ 3,4,5 และ7) โดยแต่ละเบอร์จะมีขนาดและองศาที่แตกต่างกันไป เพื่อให้เราใช้งานในสภาวะที่แตกต่างกัน

ปัจจุบันหัวไม้มีพัฒนาการที่ช่วยให้นักกอล์ฟสามารถเพิ่มระยะได้ไกลมากๆ โดยมาตรฐานขนาดความจุหัวไม้สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 460 ซีซี ซึ่งจะเป็นขนาดทั่วๆ ไปที่เราจะเห็นได้ตามท้องตลาด สำหรับนักกอล์ฟมือสมัครเล่น ส่วนนักกอล์ฟระดับมือดีหรือโปร อาจจะใช้ขนาดหัวไม้ที่เล็กลงเพื่อระยะทางที่ไกลขึ้นอย่างเช่น 440 ซีซี ที่สามารถควบคุมทิศทางและความเร็วได้ดีกว่า แต่สำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่นหรือนักกอล์ฟมือใหม่ ควรจะใช้หัวไม้ขนาด 460 ซีซี ที่มีขนาดใหญ่ หน้ากว้างและช่วยทำให้ตีง่ายขึ้น จากเทคโนโลยีต่างๆ ที่แบรนด์ใส่เข้ามาในหัวไม้แต่ละรุ่น

Iron

ต่อมาก็คือชุดเหล็กซึ่งปัจจุบันนี้ชุดเหล็กส่วนมากจะเริ่มต้นตัวแต่เหล็ก 5 ไปจนถึงพิชชิ่ง (บางแบรนด์อาจจะมีเหล็ก 3 และ 4 อยู่ในชุดด้วย) โดยจะมีมุมองศาของหน้าเหล็กต่างกันเพื่อให้ตีได้ตามระยะทางที่ต่างกันไป รวมทั้งขนาดของใบเหล็กที่ออกแบบมาให้เหมาะกับนักกอล์ฟหลายระดับ

นักกอล์ฟมือใหม่ควรเลือกใช้เหล็กที่มีใบขนาดใหญ่หน่อย หรือใบขนาดกลางที่มักจะมีคาวิตีแบ็ค ด้านหลังใบเหล็กซึ่งจะช่วยเพิ่มการชดเชยความผิดพลาดให้กับนักกอล์ฟได้ กรณีที่เราตีไม่โดนกลางหน้าไม้ รวมทั้งค่า MOI ที่สูง ซึ่งช่วยในเรื่องการอิมแพคหน้าไม้ที่แม่นยำและแน่นอน ทำให้ตีถูกลูกได้ง่ายและสร้างระยะทางให้กับนักกอล์ฟได้ดี ขณะที่นักกอล์ฟมือดีขึ้นมาก็มักจะเลือกไม้กอล์ฟที่มีขนาดเล็กลง เพื่อการควบคุมช็อตต่างๆ ที่ทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากนักกอล์ฟเหล่านี้มาความแม่นยำในการตีแล้ว ดังนั้นจึงต้องการเรื่องการตีแบบควบคุมมากกว่านั่นเอง

นอกจากเรื่องของใบเหล็กแล้ว ก้านก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน นักกอล์ฟควรเลือกก้านที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่หนักหรือเบาจนเกินไป ซึ่งเราอาจจะทราบได้จากการที่เราได้ทดลองตีหรือเข้าร้านฟิตติ้ง ที่สามารถบอกค่าการตีของเราว่าเป็นเช่นไร และเหมาะกับก้านแบบไหนมากกว่ากัน

Wedge

เวดจ์ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในการเล่นลูกระยะสั้นและการแก้ปัญหารอบๆ กรีน โดยจะแบ่งตามองศาของหน้าเหล็กเพื่อให้สามารถเล่นในรูปแบบที่หลากหลายและระยะที่แตกต่างกัน

เช่นเวดจ์เบอร์ 50,54,56 หรือ 60 และเบาวซ์หรือมุมกระดอน ที่เป็นมุมบริเวณด้านใต้ของใบเวดจ์ โดยจะมีตั้งแต่องศาต่ำๆ ตั้งแต่ 2 ถึง 4 องศาไปจนถึงองศาสูงๆประมาณ 15 องศา มีหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ใบเวดจ์ขุดลึกเกินไปในพื้นที่อ่อนนุ่ม เช่นการตีบนทรายละเอียดบริเวณรัฟ หรือหญ้ายาว มักจะต้องการ เบาวซ์ ที่มีองศามาก ส่วนการตีในพื้นแข็งมักจะต้องการเบาวซ์ ที่มีองศาน้อย เพื่อไม่ให้ทำงานมากเกินไป จนทำให้เกิดการตีท็อปลูก

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงร่องหน้าเวดจ์ซึ่งจะต้องถูกต้องตามกฎเท่านั้นจึงจะสามารถใช้แข่งขันได้

Putter

สุดท้ายนั่นก็คือพัตเตอร์ ซึ่งจะใช้เวลาเราจะเล่นบนกรีน เพื่อพัตต์ทำสกอร์ พัตเตอร์ส่วนใหม่จะมีความยาวประมาณ 33-34 นิ้ว แต่ก็อาจจะมีพัตเตอร์ก้านยาวที่ก่อนหน้านี้มีคนนิยมใช้กันพอสมควร แต่ปัจจุบันไม่สามารถใช้แข่งขันได้

ก่อนที่จะเลือกพัตเตอร์นั้น คุณต้องทราบก่อนว่าคุณเป็นคนที่ยืนจรดลูกลักษณะใด ลองลุกขึ้นยืนและทำท่าจรดลูกเตรียมพัตต์ที่รู้สึกสบาย ไม่ฝืน จากนั้นเราจึงเลือกความยาวพัตเตอร์โดยมีหลักง่ายๆ คือเมื่อยืนแล้ว มีลูกกอล์ฟอยู่ที่พื้น หากลากเส้นจากสายตามาที่ลูกแล้ว ต้องตรงกันพอดี จินตนาการว่าพัตเตอร์ที่เหมาะกับคุณนั้นส่วนพื้นของพัตเตอร์ ต้องวางราบพอดีกับพื้นและความยาวของพัตเตอร์จะต้องพอดีกัน

รูปทรงของพัตเตอร์ที่เราเห็นกันมากในยุคนี้ก็คือแบบเบลดและแบบมัลเล็ต ซึ่งนักกอล์ฟแต่ละคนก็จะมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน รวมทั้งลักษณะของพัตเตอร์ก็จะออกแบบมาให้เหมาะกับการพัตต์ที่ไม่เหมือนกัน ท่านนักกอล์ฟต้องทดสอบกันเองว่าชอบแบบไหน หรือปรึกษาแบรนด์ผู้ผลิตที่จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำ

นอกเหนือจากไม้เหล่านั้นแล้ว ยังมีไม้กอล์ฟที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาสำหรับนักกอล์ฟที่ตีหัวไม้แฟร์เวย์ไม่เก่ง หรือมีปัญหาเวลาที่ต้องตีด้วยเหล็กยาวนั่นคือไม้ไฮบริด ที่ผลิตออกมาเพื่อช่วยให้นักกอล์ฟตีไม้เหล่านั้นได้ง่ายขึ้น โดยยังได้ระยะทางที่ดี เข้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเอามาใส่ไว้ในถุงกอล์ฟของเรา 

นักกอล์ฟแต่ละคนจะมีความแข็งแรงและทักษะการตีกอล์ฟที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเหล็กเบอร์เดียวกันแต่คนตีต่างกันก็อาจจะให้ระยะที่ไม่เท่ากัน เมื่อคุณสามารถหาอุปกรณ์หรือชุดเหล็กที่เหมาะกับคุณได้แล้ว การหมั่นฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสามารถหาระยะในการตีไม้กอล์ฟแต่ละชิ้นของคุณได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ


เรียบเรียงโดย golfdigg

ติดตาม golfdigg ผ่านช่องทางอื่น ได้ที่
Follow us on
Facebook : 
golfdigg
LINE : 
@Golfdigg Official
Youtube : 
Golfdigg

banner_prWeb_01

จองกรีนฟี ออกรอบ กว่า 150 สนามกอล์ฟทั่วไทย กับ golfdigg ได้แล้วบนเว็บไซต์

หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันฟรีได้ที่

Continue Reading